PART 4 · รวมระบบ  —  บทที่ 14 / 15

กรณีศึกษา

กรณีศึกษา 2 ตัวอย่างจริง ตัวอย่างที่ 1 จุดรวมครบเข้าแล้วได้ / ตัวอย่างที่ 2 จุดรวมไม่ครบเลยไม่เข้า

สรุปสั้น (TL;DR)

กรณีศึกษา 2 ตัวอย่างจริง — ตัวอย่างที่ 1 จุดรวมครบ เข้าแล้วได้ / ตัวอย่างที่ 2 จุดรวมไม่ครบ เลยไม่เข้า (สอนการรู้รั้ง)

1 · กรณีที่ 1: จุดรวมครบ

ตัวอย่างนี้ จุดเข้าจากระบบ — สัญญาณ Buy (ตัวยืนยันสุดท้าย) ขึ้นที่จุดเริ่มคลื่นขึ้น แล้วเครื่องมือหลายตัวเห็นตรงกัน (confluence ครบ):

  • ทิศ — Trend ขึ้น
  • Elliott — คลื่นขึ้น
  • Fib — รองรับที่จุดเริ่ม

ผล: ราคาพุ่งขึ้นถึง 4075 = จุดรวมครบจึงเข้า แล้วได้

จอ Redhat XAUUSD M15: กรณีที่ 1 สัญญาณ Buy จุดรวมครบ ราคาพุ่งขึ้น 4075
ภาพจริงบนจอ Redhat XAUUSD M15 — กรณีที่ 1: สัญญาณ Buy ที่จุดเริ่ม + Elliott คลื่นขึ้น + Fib รองรับ = จุดรวมครบ ราคาพุ่ง 4075 (framing-none · setBarSpacing ขยายแท่ง · ปิด DataAnalysis · ถ่ายจริงบน i9) — ลูกศร+ฉลากชี้แต่ละขั้น · สุจริต: จุดรวมครบจึงเข้า ไม่ใช่ร้อยเปอร์เซ็นต์
เทียบ 2 โหมด (ถ้าเลือกโหมดระยะสั้น)

โหมดมาตรฐาน — ถือเทรด long จนถึงเป้า 4075 (เป้าที่ภาพระบุ) แล้วปิดกำไรที่เป้า 1R/2R/3R ตามระยะ SL

โหมดระยะสั้น — ไม่ถือจนถึง 4075 แต่ปิดกำไรเมื่อราคาย้อนลงมาแตะเส้นแดง AMA (ในภาพเส้น AMA อยู่แถว 4050.87 ราคาพุ่งไป 4075 แล้วย้อนลงมาใกล้เส้น AMA จึงเป็นจุดปิดกำไรระยะสั้น)

ผลเปรียบเทียบ: โหมดระยะสั้นปิดเร็วกว่า + กำไรน้อยกว่า · โหมดมาตรฐานกำไรมากกว่า + ถือนานกว่า/เสี่ยงราคาย้อนมากกว่า — เลือกตามจังหวะตลาด (เทรนด์แรงใช้มาตรฐาน ตลาดแกว่งใช้ระยะสั้น)

สัญญาณ Sell (ตัวยืนยันสุดท้าย) ขึ้นที่ยอด — ดูเผินๆ น่าเข้า แต่เช็คจุดรวมแล้ว:

ขึ้นที่ยอด — ดูเผินๆ น่าเข้า แต่เช็คแล้ว:

  • Dashboard — TF ไม่ตรงกัน (บางขึ้นบางลง)
  • Gold Meter — ก็ไม่ตรงกัน

ผล: จุดรวมไม่ครบ = ไม่เข้า รอจังหวะถัดไป (สอนการรู้รั้ง)